iPhone 7 วางขายแล้ววันนี้ ผมก็ไปซื้อมาเพื่อรีวิวทันที แต่เลือกเอาเครื่องสีดำด้าน รุ่น 32GB ส่วน iPone 7 Plus ที่มีกล้องหลังคู่ ผมไม่ได้ซื้อมา เพราะด้วยจอขนาด 5.5 นิ้ว รู้สึกพกพาไม่สะดวก
การออกแบบ
iPhone 7 มีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ซึ่งขนาดที่พอเหมาะพอดีกับมือผมที่สุดแล้ว แต่กล้องหลังมีเลนส์เดียว ทำให้ถ่ายรุปหน้าชัดหลังเบลออย่างกล้องของ iPhone 7 Plus ไม่ได้ และนี่ก็คือข้อแตกต่างหลักๆ
สำหรับเครื่องที่ผมเลือกใช้คือ “สีดำด้าน” รู้สึกว่าสวยกว่าสีดำของรุ่น 6s เพราะขอบเครื่องและด้านหลังเป็นสีดำ (ไม่ใช่สีเงิน) ส่วนที่รู้สึกว่าเป็นข้อเสียของการใช้เครื่องสีดำก็คือ รู้สึกว่าหน้าจอเป็นรอยนิ้วมือง่าย
ซึ่งประเด็นเรื่องรอยนิ้วมือ iPhone 6 เครื่องสีเงิน ที่ผมใช้มันก็เป็นรอยเหมือนกัน แต่เพราะหน้าเครื่องเป็นสีขาว รอยนิ้วมือจึงดูไม่โดดเด่นเหมือนกับเครื่องที่หน้าจอเป็นสีดำล้วน
ส่วนขนาดความจุที่เลือกคือ 32 GB ซึ่งเป็นความจุขั้นพื้นฐานของไอโฟนรุ่นใหม่ ตอนแรกก็ลังเลความจุ 128 GB แต่พอคิดไปคิดมา ตัวเองมี iPad Pro 128GB อยู่ด้วยแล้ว เกมก็เล่นบน iPad ไม่ได้ใช้ iPhone ถ่ายรูปบ่อยด้วย เลยคิดว่า 32GB ก็เหลือเฟือแล้ว (เพราะ iPhone 6 16GB เครื่องเดิมยังมีพื้นที่เหลือๆ)
แต่ที่ชอบถ่ายรูป ฟังเพลง เล่นเกม หนักๆ แนะนำให้พิจารณาตัว 128 GB แต่งบไม่ถึงก็ไม่เป็นไร ซื้อ 32GB มาใช้ ความจุเต็มก็เอารูปไปเก็บไว้ในแฟลชไดร์ฟ หรือบนคอม หรือเก็บในออนไลน์ก็ได้
ภายในกล่อง
- ตัวเครื่อง
- หูฟัง + สายเชื่อมหูฟัง
- สายชาร์จ + หัวชาร์จ
- ตัวแกะซิม
- คู่มือฉบับย่อ
- สติ๊กเกอร์ Apple
ปุ่มโฮมใหม่
สัมผัสแรกๆ นอกจากตัวเครื่องแล้วคือ “ปุ่มโฮม” ที่กดแล้วปุ่มจะไม่จมอีกต่อไป เพราะเป็นปุ่มโฮมแบบสัมผัส แต่เวลากดแล้วจะรู้สึกได้ เพราะปุ่มมีการตอบสนอง
แต่วิธีใช้ปุ่มโฮม ก็ทำเหมือนอย่างที่เคยทำกับ iPhone รุ่นก่อน
- กดหนึ่งครั้ง = เข้าหน้าโฮม
- กดสองครั้ง = ดูแอพที่เปิดค้าง
- กดสามครั้ง = เรียกผู้ช่วยอ่าน (Voice over)
- กดค้าง = เรียกใช้ Siri
- และ “แตะ”สองครั้ง = หน้าจอลดลงมาครึ่งหนึ่ง
หูฟังใหม่
อันนี้เป็นประเด็นที่หลายคนคิดหนัก ถ้าใครชอบฟังเพลงด้วยหูฟังพร้อมๆกับชาร์จแบตไปด้วย ต้องไปซื้ออุปกรณ์เสริมให้ทำสองอย่างในเวลาเดียวกันได้ ..เพราะ iPhone รุ่นนี้ ไม่มีรูเสียบแจ็ค 3.5mm
และคนที่ชอบใช้หูฟังยี่ห้ออื่น ชีวิตก็จะยุ่งยากเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง เพราะต้องใช้สายเชื่อม
แต่หูฟังที่แถมมา ใช้ต่อเข้ากับ iPhone 7 ได้เลย ไม่ต้องใช้สายเชื่อม
ประเด็นหลังนี้ทำเอาผมเข้าใจผิดอยู่นาน นึกว่าเขาจะให้หูฟังที่เป็นแบบแจ็คมา แล้วมาใส่สายเชื่อมกับ iPhone อีกที
และแม้ว่าหูฟัง iPhone 7 มันจะแปลกประหลาดกว่าใครเพื่อน ลองเอาไปใช้กับ iPhone รุ่นอื่นๆ ได้อยู่นะ
การถ่ายภาพ
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของ iPhone 7 เพราะมีการพัฒนาเซ็นเซอร์ใหม่ พร้อมรูรับแสงกว้าง f1.8
จากการได้ลองถ่ายรู้สึกว่ากล้องดีขึ้นจริงๆ โดยเทียบกับ iPhone 6 (แต่กับ 6s คุณภาพไกล้ๆกัน)
กล้องนี้ถ่ายตอนกลางวัน หรือในช่วงไกล้ค่ำแสงน้อยๆ รู้สึกว่า “สวย” มี Noise น้อย
แต่ถ้าถ่ายตอนกลางคืน ส่วนตัวรู้สึก “เฉยๆ” ไม่ได้ตื่นเต้นกับภาพที่ได้เท่าไหร่
ปล. ภาพถ่าย 3 ภาพนี้ โหมดออโต้ล้วนๆ และไม่ได้ปรับแต่งใดๆ
ประสิทธิภาพ
การทำงานต่างๆ เร็ว ไหลลื่น แต่ไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมาย เพราะเครื่องใหม่ที่มาพร้อมกับ iOS รุ่นใหม่ มันก็เร็วขึ้นเป็นธรรมดา (เมื่อเทียบกับเครื่องเก่าที่อัพ iOS ใหม่)
ดูผลจากการวัดประสิทธิภาพใน primatelabs ได้คะแนนดีมาก แรงกว่า iPad Pro และแรงกว่ามือถือ Android ทุกรุ่น แม้แต่ Pixel ที่ผลิตโดย Google ก็ยังแพ้
จึงอยากให้เลิกมโนว่าแรม 2GB คือการไม่พัฒนา ผลวัดประสิทธิภาพชี้ให้เห็นแล้วว่า ทำได้ดีกว่ามือถือที่มีแรม 4GB
อย่างไรก็ตาม มือถือที่ดีคือมือถือที่ไหลลื่น ใช้งานได้สะดวกสบาย
คะแนนไม่ได้บอกว่ารุ่นไหนดีที่สุด
iOS 10
สิ่งที่ทำให้คนเลือกใช้ iPhone คือสิ่งนี้ มันคือสิ่งที่ทำให้ iPhone แตกต่าง ไม่ใช่รูปร่างภายนอก ไม่ใช่สเปค แต่เป็น iOS
ระบบ iOS เป็นสิ่งที่ทำให้ iPhone ใช้งานได้ไหลลื่น เพราะผู้ผลิต iPhone กับ ผู้สร้าง iOS คือแอปเปิ้ล ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกัน
ในตัว iOS เองก็จะมีแอพและบริการต่างๆ ตัวอย่างเช่น
ค้นหา iPhone
iPhone จะผูกกับ iCloud ทำให้คนที่ขโมยมือถือ นำไปใช้ต่อได้ยาก เพราะถ้าเปิดเคื่องต่อเน็ตก็จะถูกจับสัญญาณได้ ..แต่ฟีเจอร์นี้จะดีกว่านี้มาก ถ้าร้านซ่อมมือถือในไทยบางร้าน ไม่ทำตัวเป็นผู้ช่วยโจร
ผู้ช่วยที่พูดคุยโต้ตอบเป็นภาษาไทยได้ สั่งให้ทำอะไรได้หลายอย่าง และเพราะมันเป็น AI จึงมีการพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวันๆ
เกมและแอพ
นอกจากระบบที่เร็วและไหลลื่นแล้ว iOS มีแอพและเกมหลายอย่าง ที่มือถือรุ่นอื่นๆไม่มี เช่น Infinity Blade, Analog Film, GarageBand และอื่นๆอีกมาก
ส่วนแอพที่ใช้ได้เฉพาะ iPhone 7 แต่แอพอื่นใช้ไม่ได้นั้นไม่มี จะมีแบบเฉพาะทางหน่อยก็พวกแอพถ่ายรูปไฟล์ RAW ซึ่งจะใช้ได้กับ iPhone ไม่กี่เครื่อง
เช่น Lightroom, ProShot, Camera++, Focus ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแอพเสียตังค์
อัพเดทนาน 4 ปี
ถ้าซื้อเครื่องใหม่ล่าสุดอย่าง iPhone 7 จะได้อัพเดท iOS ยาวนาน 4 ปี ทั้ง iOS และซัพพอร์ตอะไหล่เสริม (กรณีเครื่องพัง)
ส่วน..
- iPhone 6s เหลือ 3 ปี
- iPhone 6 เหลือ 2 ปี
- iPhone 5s เหลือ 1 ปี
- iPhone 5 ปีหน้าอาจหยุดซัพพอร์ต
สรุป
- มันดีมากสำหรับคนที่จะเปลี่ยนจาก iPhone 6 หรือรุ่นที่เก่ากว่า แต่คนที่ใช้ 6s อาจจะไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย เพราะประสิทธิภาพไกล้เคียงกัน
- มันดีที่เริ่มต้น ด้วยความจุ 32GB ในราคาเท่ารุ่นเดิม
- คนที่ใช้หูฟังยี่ห้ออื่น หรือชอบชาร์จแบต+ฟังเพลง อาจจะอึดอัด
- เครื่องสี “ดำด้าน” ก็สวยดี แต่แอบเสียวว่าจะมีปัญหา “สีลอก” หรือไม่ ปัญหานี้มักเกิดกับ iPhone สีใหม่